เศรษฐกิจสหรัฐฯ โตแกร่งเกินคาด! จับตาคลัง-ธปท.เตรียมคลอดมาตรการสกัดบาทแข็งจากพิษเทรดทอง พร้อมเปิดโผหุ้นเด่นรับอานิสงส์
วันที่ 24 ธันวาคม 2568 บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกสดใส หลังตัวเลข GDP สหรัฐฯ พุ่งเกินคาด ลดความกังวลเรื่องภาวะถอนถอย ขณะที่ในประเทศต้องจับตามาตรการใหม่คุมธุรกรรมทองคำหลังกดดันเงินบาทแข็งค่า ด้านผลโพลดีเบตนโยบายเศรษฐกิจชี้ “ก้าวไกล” นำโด่ง พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนเน้นหุ้นพื้นฐานดีและหุ้นปันผลสูง แหล่งข้อมูลระบุว่า ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุดในไตรมาส 3 ปี 2568 ขยายตัวถึง +4.3% YoY ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ +3.3% YoY และถือเป็นการเติบโตที่เร็วที่สุดในรอบ 2 ปี โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการใช้จ่ายผู้บริโภคและการส่งออกที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้โอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ในหลายประเทศรวมถึงสหรัฐฯ และไทยลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจที่ดูดีนี้อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยืดเวลาการปรับลดดอกเบี้ยออกไปเป็นช่วงไตรมาส 2 ของปีหน้าแทน
เทคโนโลยีควอนตัม: ขุมทรัพย์ใหม่แห่งอนาคต
ในด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) กำลังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจะเติบโตแบบอัตราเร่งหลังปี 2030 และอาจแตะระดับ 1.30 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2040, ซึ่งรัฐบาลจีนได้บรรจุเทคโนโลยีนี้ไว้ในแผน 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) เรียบร้อยแล้ว, สำหรับนักลงทุนที่สนใจ แหล่งข้อมูลแนะนำให้จับตาหุ้นกลุ่ม Quantum หรือกองทุนอย่าง DEFIANCE QUANTUM ETF (QTUM US) ที่กระจายการลงทุนในบริษัทชั้นนำอย่าง Micron และ Alphabet
มาตรการสกัด “บาทแข็ง” จากธุรกรรมทองคำ
สำหรับสถานการณ์ในไทย แหล่งข้อมูลชี้ให้เห็นว่า เงินบาทมีความสัมพันธ์กับราคาทองคำสูงถึง 65% ในปี 2568 ซึ่งการทำธุรกรรมทองคำที่คึกคักเป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้เงินบาทแข็งค่า ล่าสุด 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ คลัง-ธปท.-ก.ล.ต. เตรียมออกมาตรการกำกับดูแล 3 ด้าน ประกอบด้วย:
1. ให้ผู้ค้าทองคำออนไลน์ส่งข้อมูลแก่กรมสรรพากร
2. พิจารณาเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการซื้อขายทองคำออนไลน์
3. ธปท. เตรียมกำหนดเพดานธุรกรรมทองคำ โดยคาดว่ามาตรการทั้งหมดจะแล้วเสร็จในช่วงกลางเดือนมกราคม 2569 เพื่อช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินบาท
เกาะติดดีเบตเลือกตั้ง 2569 และกลยุทธ์การลงทุน
ทางด้านการเมือง ผล Popular Vote จากการดีเบตครั้งแรกโดยไทยรัฐทีวี พบว่า พรรคก้าวไกลนำมาเป็นอันดับหนึ่งที่ 44.7% ตามด้วยพรรคเพื่อไทย 22.8% โดยนโยบายหลักที่ทุกพรรคให้ความสำคัญคือการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและแจกเงินกระตุ้นการบริโภค
กลยุทธ์การลงทุน: ฝ่ายวิจัยแนะนำให้ เก็งกำไรหุ้นที่รับอานิสงส์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์และบาทแข็ง โดยมีหุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่:
• หุ้นพื้นฐานดีรับบาทแข็ง: PTTEP, GULF, BGRIM, GPSC
• หุ้นปันผลสูง: ICHI, LH, AP, MAJOR
• หุ้นต่างประเทศ: ZIJIN80 และ 1880 HK
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีลุ้นปรับตัวขึ้นตามทิศทางหุ้นโลก ประกอบกับแรงหนุนจาก Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติที่มียอดซื้อสุทธิกว่า 7.3 พันล้านบาทในช่วง 15 วันที่ผ่านมา
#เอเซียพลัส #ASPS #เงินบาทแข็ง #ข่าววันนี้ #SET #หุ้น












